รมว.คมนาคม คาด โครงการมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด รองรับระเบียงศก.ภาคตะวันออก

รมว.คมนาคม คาด โครงการมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด รองรับระเบียงศก.ภาคตะวันออก
รมว.คมนาคม คาด โครงการมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด รองรับระเบียงศก.ภาคตะวันออก

กรมทางหลวงนำสื่อมวลชนตรวจงาน ก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 พัทยา – มาบตาพุด   นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพ – บ้านฉางช่วงพัทยา – มาบตาพุด ว่ากรมทางหลวง ได้พัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ทั้ง 2 สาย มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันทางหลวงพิเศษหมายเลข 7  สายพัทยา- มาบตาพุด เป็นการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 7 ผ่านอำเภอบางละมุงอำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรีสิ้นสุดที่เทศบาลเมืองมาบตาพุดจังหวัดระยองรวมระยะทาง 32 กิโลเมตรใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 14,200 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างประมาณ 4 ปี ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าถึงร้อยละ 32 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 ซึ่งถือเป็นการสอดคล้องกับแผนงานพัฒนาเพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกปีพ.ศ.2560-2564 ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จเส้นทางดังกล่าวจะสามารถเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว สามารถรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกไปยังทั่วทุกภูมิภาคเชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆรวมไปถึงการขนส่งทางรถไฟและการขนส่งทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภาซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศเพื่อพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้กรมทางหลวง อยากได้เยี่ยมชมความคืบหน้าการก่อสร้างผิวถนน ทางหลวงหมายเลข 331 สายแยกทางหลวงหมายเลข 7  ที่เดิมสภาพผิวถนนแตก  มีการทรุดตัวไม่เรียบตลอดเส้นทางโดยเฉพาะช่วงฝนตกถนนลื่นจนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งโดยกรมทางหลวง ได้ปรับปรุง จากถนนเดิมแอสฟัลต์คอนกรีตเป็นคอนกรีตแบบไร้รอยต่อ พื้นคอนกรีตรายได้ต่อมีความแข็งแรงทำให้พื้นผิวถนนเรียบเนียน ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุขณะเดียวกันก็ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุง ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 86 ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จจะเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนเศษส่งให้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยในการเดินทางเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นรวมทั้งสนับสนุนการขนส่งภาคเกษตรและอุตสาหกรรมบริเวณนิคมอุตสาหกรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณภาคตะวันออกอีกด้วย

ที่มา: LINE TODAY, JS100

Post Author: AUTO

ใส่ความเห็น